โควิด 19 มีผลต่อร่างกายอย่างไร

, , Comments Off on โควิด 19 มีผลต่อร่างกายอย่างไร

โควิด 19 มีผลต่อร่างกายอย่างไร ในปัจจุบันนี้โรคระบาดที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากที่สุดเลยก็คือโรค “โควิด19” ซึ่งเป็นการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาและแตกสายพันธุ์มาเป็นสายพันธุ์ที่เรียกว่าโควิดนั่นเอง ซึ่งโควิดนั้นเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดไปในหลายประเทศและมีผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคมการดำเนินชีวิตของหลายๆ คนเป็นอย่างมาก

ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวังโรคระบาดโควิดให้มากที่สุด โดยมีมาตรการเข้มงวดการส่วมหน้ากากอนามัย การใช้เจลล้างมือ หรือแม้กระทั้งงบการเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่างๆ ซึ่งถือว่าสามารถช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ทั้งหมด ทำให้ทุกคนต้องช่วยกันดูแลตัวเองให้มากขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองโดยการรับวัคซีนและทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิดจากสถานที่ต่างๆ

ซึ่งอาการของผู้ติดเชื้อโควิดนั้น มีการแสดงออกของอาการที่แตกต่างกัน จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว อาการแสดงของโรคโควิด-19 คล้ายคลึงกับการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก จาม เจ็บคอ ปวดศีรษะ หอบเหนื่อย หายใจเร็ว ในบางสายพันธุ์นั้นอาจร่วมไปถึงประสาทการรับรู้ กลิ่น รส ทำให้ไม่ได้กลิ่นหรือการรับรส ในการรับประทานอาหารหรือสูดดมอากาศภายนอก ทำให้ผลข้างเคียงของผู้ติดเชื้อโควิดมีผลต่อร่างกายในระยะยาวได้

ในกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิดนั้น หลังจากติดเชื้อ 1 เดือนขึ้นไป จะมีผลต่อระบบภายในร่างกาย โดยมีอาการที่แสดงออกมาแตกต่างกันเรียนกว่า อาการโพสต์โควิด (Post – COVID 19 Condition) คือ การที่ร่างกายได้รับผลข้างเคียงของโรค หลังจากการป่วยและเข้ารับการรักษาหายดีแล้ว ก็จะมีอาการอื่นๆ ตามมาภายหลัง ทำให้เกิดภาวะลองโควิด

โดยมีอาการที่จะแสดงในแต่ละระบบที่แตกต่างกันไปดังนี้

ระบบทางเดินหายใจ
อาการที่แสดงคือ เหนื่อย หายใจไม่เต็ม หายใจไม่สะดวก เมื่อติดเชื้อโควิดร่างกายจะมีการแสดงออกที่ระบบทางเดินหายใจ หลังจากได้รับเชื้อ ผู้ป่วยอาจมีอาการไอ มีไข้ หายใจลำบาก อาการเหล่านี้อาจปรากฏขึ้นภายใน 2–14 วัน หรืออาจไม่แสดงอาการใดๆ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายแต่ละบุคคล

ระบบหัวใจและหลอดเลือด
อาการที่แสดงคือ ใจสั่น แน่นหน้าอก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เชื้อไวรัสโคโรนาอาจส่งผลต่อการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ เลือดไม่สามารถเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ได้เพียงพอ รวมถึงส่งผลให้ความดันต่ำร่วมด้วย ทำให้หัวใจไม่สามารถที่จะสูบฉีดเลือกได้เต็มที่มีผลทำให้ ใจสั่น แน่นหน้าอก เจ็บจี๊ดที่หน้าอกได้ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตหากติดเชื้อไวรัสโควิดมากกว่าคนทั่วไป โดยผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสนี้พบว่ามีโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง 40% ซึ่งกลุ่มนี้เมื่อได้รับเชื้อไวรัสนี้ส่งผลให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ 17% กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ 7% ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวได้ 9% ตลอดจนไตวาย 4% จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวจะมีผลมากกว่าคนทั่วไป อันตรายมากเมื่อติดเชื้อ

ระบบทางเดินอาหาร
อาการที่แสดงคือ ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน อยากอาการผิดปกติหรือไม่อยากอาหารเลย ผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการทางเดินอาหารติดเชื้อร่วมด้วย ทำให้บางครั้งอาจจะท้องเสียมากหรือท้องร่วง ท้องไส้ปั่นป่วน ทำให้ใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น

ระบบภูมิคุ้มกัน
อาการที่แสดงคือ ภูมคุ้มกันบกพร่อง ภูมิคุ้มกันต่ำสู้กับไวรัสไม่ได้ ซึ่งเมื่อร่างกายของมนุษย์ได้รับสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย ภูมิคุ้มกันในร่างกายก็จะทำงานทันที แต่ทว่าเชื้อไวรัสโควิดมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บางครั้งภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ไม่สามารถที่จะต่อสู้และรับมือได้ ทำให้ร่างกายติดเชื้อไวรัสและมีผลต่อระบบอื่นๆ ภายใน แต่ก็จะมีในกรณีที่ภูมิคุ้มกันโดนกระตุ้นมากเกินไปอาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Cytokine Storm หรือภาวะที่เซลล์ภูมิคุ้มกันผลิตไซโตไคน์เพื่อต่อสู้กับเชื้อมากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อระบบและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าไวรัสโควิดนั้นมีผลต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เชื้อไวรัสก็มีการพัฒนาตัวเองตามสถาพแวดล้อม ปรับตัว และขยายพันธุ์ ทำให้สายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด ถ้าหากว่าเชื้อไวรัสมีความรุนแรงมากเรื่อยๆ ร่างกายก็ต้องพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสให้ได้เช่นกัน มิเช่นนั้นเชื้อไวรัสโควิดจะทำร้ายร่างกายและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้อาการรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ทันที

จึงต้องขอความร่วมมือให้ปรับตัวในใช้ชีวิตในปัจจุบัน เข้มงวดกับตัวเองให้มากขึ้น สำหรับผู้ที่มีอาการหรือไปในสถานที่เสี่ยง หากมีไข้ หายใจติดขัด ไอ จามมีน้ำมูก หายใจไม่ทั่วไม่สะดวก จมูกไม่ได้กลิ่น ทานอาหารไม่ได้รสชาต หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที และนอกจากนั้นในสถานการณ์ปัจจุบันทุกคนก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอและไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยซ้ำหลายวัน เปลี่ยนใหม่ทุกวันได้จะยิ่งดีที่สุด หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยโฟมล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อที่มือสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และหลีกเหลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด พลุกพล่าน เดินเบียดเสียดหรือสถานที่ที่มีผู้ติดโควิดก่อนหน้า เพราะจะทำให้ติดเชื้อต่อกันได้ง่ายและแพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว